การเมืองที่ร้อนระอุตอนนี้
ทำได้แค่เพียงทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด ที่เหลือก็ปล่อยวาง
อะไรจริง อะไรเท็จ อะไรดี อะไรชั่ว ก็ค่อยๆพิจารณากันเอาเอง
เชื่ออะไรก็ได้ ขอแต่อย่าถึงกับทำร้ายคนในครอบครัว คนที่ตัวเองรัก ทั้งด้วยคำพูด และ การทำร้ายร่างกาย
ในอดีต พ่อผูกคอตายเพราะเถียงสู้ลูกไม่ได้ ถ้าเหตุการณ์นั้นเกิดกับครอบครัวใคร มันคงเป็นเหตุการณ์ที่เลวร้ายที่สุดในชีวิต เมื่อลูก ชูมือขึ้น 2 มือดีใจกับชัยชนะ บนร่างที่ไร้วิญญาณของพ่อ
คนในตระกูลห้ำหั่นกัน ด้วยเรื่องการเมือง เถียงกันแทบเป็นแทบตาย แล้วพอคุณตาย ใครจัดงานศพ ใครมาช่วยเหลือ ถ้าไม่ใช่พี่น้อง ครอบครัวคนในตระกูล
แฟนก็เถียงกัน ไม่กินข้าวร่วมโต๊ะด้วยกัน ไม่มองหน้ากัน เพราะชอบ ไม่สิ ต้องใช้คำว่า"คลั่ง" การเมืองคนละฝ่ายคนละขั้ว
เพื่อนที่รักใคร่ เป็นเพื่อนกันมานาน ช่วยเหลือกันมานาน มากบ้างน้อยบ้างตามโอกาส ต้องมาทะเลาะ บาดหมางกัน โกรธเกลียดกัน เพราะการเมือง
คนในที่ทำงานก็ทะเลาะกัน ไม่มองหน้ากัน ไม่อยากทำงานร่วมกัน
ถามตัวเองดูซิ ว่า มันใช่มั้ย
ไม่มีทางที่คุณจะรู้ความจริง 100% หรอก ว่าพรรคไหน ขั้วไหน คนไหน เป็นคนดี เพราะคนเรานั้น ในการกระทำต่างๆมีเหตุผลร้อยพัน อย่ามโนหรือคิดไปเอง มันไม่มีทางถูกหมดหรอก
"การเมืองนั้นต้องกำกับด้วยปัญญา ไม่ใช่อารมณ์"
"เราเล่นการเมืองได้ แต่อย่าให้การเมืองมันเล่นเรา"
ฉุกคิดสักนิด
หยุดคิดสักหน่อย
อะไรสำคัญที่สุดในชีวิตเรา
ฐานิกา บุษมงคล
นักคิด นักเขียน นักเรียนรู้
10 กพ.2562
บทความแนะนำ
หนังสือ e book
วันอาทิตย์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
วันพฤหัสบดีที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2561
เผยชีวิตบอสหญิงหัวเว่ย เมิ่ง หว่านโจว
เผยชีวิตบอสหญิงหัวเว่ย – เมื่อ 11 ธ.ค. ซีเอ็นเอ็น รายงานคดี นางเมิ่ง หว่านโจว ผู้บริหารหญิงและลูกสาวมหาเศรษฐีผู้ก่อตั้งบริษัทหัวเว่ย ยักษ์ใหญ่แห่งวงการโทรคมนาคมของจีน ส่งทนายยื่นคำร้องขอประกันตัว ขณะถูกทางการแคนาดาจับกุม ตั้งแต่เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. ปรากฏว่าเอกสารคำร้องที่ยื่นต่อศาล เผยรายละเอียดชีวิตของสตรีรายนี้ ทั้งเรื่องทรัพย์สินในแคนาดา และอาการป่วยที่เคยเป็นความลับ
เรื่องราวของนางเมิ่งเปิดเผยออกมาระหว่างศาลแคนาดาพิจารณาว่าจะส่งตัวนางเมิ่งให้ทางการสหรัฐอเมริกา ตามข้อกล่าวหาละเมิดมาตรการลงโทษอิหร่าน ฐานแอบทำธุรกิจค้าขายด้วย ทำให้ทางการจีนไม่พอใจทั้งแคนาดาและอเมริกาจนเกิดการเผชิญหน้าทางการทูต
ก่อนหน้านี้ นางเมิ่ง วัย 46 ปี เก็บตัวไม่เป็นข่าวมากนัก เหมือนกับนายเหริน เจิ้งเฟย มหาเศรษฐีระดับพันล้านดอลลาร์ ที่มีทรัพย์สินจากการประเมินของฟอร์บส์ 3,200 ล้านดอลลาร์ หรือราว 105,000 ล้านบาท หลีกเลี่ยงการตกเป็นที่สนใจของสื่อ
กระทั่งเอกสารที่ยื่นศาลขอประกันตัวนั้น เปิดเผยว่า นางเมิ่งและนายหลิว เสี่ยวจง สามีผู้เป็นนักพัฒนาตลาด ครอบครองบ้านหรู 2 หลังในเมืองแวนคูเวอร์ของแคนาดา หลังแรกมูลค่า 4.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 138 ล้านบาท และอีกหลังราคา 12.2 ล้านดอลลาร์ หรือ 402 ล้านบาท
นางเมิ่งแถลงในคำร้องว่าตนเองและครอบครัวผูกพันกับประเทศแคนาดา ตั้งแต่มาเยือนเมืองแวนคูเวอร์ครั้งแรกเมื่อปี 2546 จากนั้นก็กลับมาอีกบ่อยๆ และพำนักอยู่เป็นช่วงเวลานาน จนได้สิทธิเป็นผู้อยู่อาศัยถาวรในแคนาดาแล้ว
เอกสารดังกล่าวยังระบุว่า นางเมิ่งเคยเข้ารับการผ่าตัดรักษาโรคมะเร็งไทรอยด์ เมื่อปี 2554 ซึ่งตามข้อมูลของสมาคมมะเร็งอเมริกัน หากพบและรักษามะเร็งชนิดนี้ตั้งแต่แรกๆ ทำให้โอกาสรอดมีสูงถึง 100%
สำหรับรายละเอียดเรื่องครอบครัว ระบุว่านักธุรกิจหญิงมีลูก 4 คน โดย 3 คนแรกเป็นลูกชายที่เกิดจากการแต่งงานครั้งแรก จากนั้นเมื่อแต่งงานกับนายหลิว ปี 2550 จึงมีลูกสาวเป็นคนสุดท้อง
ลูกชายคนโตทำงานและอยู่แยกไปที่ประเทศจีน ลูกชายวัยรุ่นอีกสองคนเรียนหนังสืออยู่ คนหนึ่งอยู่ประเทศจีน ส่วนลูกสาวเคยอยู่โรงเรียนอนุบาลในแวนคูเวอร์ และปัจจุบันไปโรงเรียนที่ประเทศจีน แต่เมื่อนางเมิ่งถูกจับกุม ทำให้นายหลิวตั้งใจพาลูกมาแวนคูเวอร์เพื่อเข้าเรียนและอยู่กับพ่อแม่
ด้านนายเดวิด เจ. มาร์ติน ทนายความของนางเมิ่ง พยายามแสดงเหตุผลประกอบว่า ลูกความเป็นถึงผู้บริหารใหญ่ของธุรกิจรายใหญ่ที่สุดในจีน หากหลบหนี หรือละเมิดคำสั่งศาลแคนาดาในสถานการณ์พิเศษที่กำลังเกิดขึ้นนี้ ก็ย่อมเปรียบเสมือนการทำให้ประเทศจีนต้องอับอาย
อ้างอิง
https://www.khaosod.co.th/around-the-world-news/news_1942680
เรียนรู้จากวิกฤตของเวเนซุเอลาประชานิยมพาล่มสลาย
คุณจะทำยังไง ถ้าตื่นมาพบว่าข้าวตามสั่งที่เคยซื้อจานละ 40 บาท ตอนนี้ขายจานละ 30,000 บาท!?
และเงินฝาก 300,000 บาทในธนาคาร ที่ตั้งใจจะไว้ดาวน์รถยนต์
กลับมีค่าแค่ซื้อข้าวกินได้ 10 จานเท่านั้น...
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าภาพของคนอดอยากขนาดต้องไปคุ้ยถุงขยะหาของกิน จะเกิดขึ้นแน่หากเรื่องสมมติข้างต้นเป็นจริง
นี่คือแบบจำลองของวิกฤตที่กำลังเกิดขึ้นในประเทศเวเนซุเอลา ซึ่งกำลังเผชิญกับปัญหาเงินเฟ้อ 80,000%
และคาดการณ์ว่าสถานการณ์อาจจะยังเลวร้ายได้ถึงเงินขั้นเฟ้อ 1,000,000%
วิกฤตของเวเนซุเอลาเกิดจากอะไร ทำไมถึงเลวร้ายได้ขนาดนี้ ต้องย้อนกลับไปยาวเลยทีเดียว
- ในช่วงต้นยุค 1900 การค้นพบแหล่งน้ำมันในเวเนซุเอลา ทำให้ประเทศนี้มีการริเริ่มอุตสาหกรรมส่งออกน้ำมัน
- ตลอดสงครามโลกครั้งที่ 1 และ 2 ประเทศเวเนซุเอลากลายเป็นแหล่งน้ำมันหลักของสหรัฐอเมริกาในการทำสงคราม
- มีการค้นพบว่าแหล่งน้ำมันของเวเนซุเอลา คือแหล่งขนาดใหญ่ที่สุดของซีกโลกตะวันตก ซึ่งสามารถใช้ได้อีกนับ 100 ปี
- การเปลี่ยนแปลงสำคัญของอุตสาหกรรมน้ำมันในเวเนซุเอลา เกิดขึ้นเมื่อปี 1976 เมื่อประธานาธิบดีคาร์ลอส เปเรซ ออกนโยบายยึดธุรกิจพลังงานเอกชน กลับมาเป็นของรัฐ
- จากนั้นตั้งหน่วยงาน Petroleos de Venezuela S.A. เพื่อควบคุมกิจการพลังงานในประเทศทั้งหมด
- อาจจะเป็นไอเดียที่ฟังดูเข้าท่า ยึดแหล่งทำเงินกลับมา เอารายได้เข้ารัฐ จากนั้นหมุนกลับไปยังประชาชนผ่านโครงการต่างๆ ของรัฐบาล รวยกันทั้งประเทศแหละทีนี้
- ด้วยการเติบโตของกลุ่มประเทศ OPEC และความต้องการน้ำมันที่พุ่งสูงทั่วโลก ประเทศเวเนซุเอลาร่ำรวยขึ้นมหาศาล
- แต่ถ้าโครงการนั้นเป็นโครงการพวก ยกระดับการศึกษา หรือส่งเสริมสุขภาพ ก็จะช่วยพัฒนาบุคลากรในประเทศ นำความรู้ไปหารายได้เข้าประเทศจากช่องทางอื่นๆ
- แต่รายได้มหาศาลพวกนั้น กลับถูกนำไปใช้กับโครงการโปรยเงิน จนชาวเวเนซุเอลาเริ่มเสพติดการได้เงินสบายๆ โดยไม่รู้ตัว
- เมื่อรัฐบาลหนึ่งทำโครงการประชานิยมแล้วได้ผลตอบรับดี นักการเมืองคนอื่นๆ ก็สรรหานโยบายเหล่านี้ เพื่อหวังคะแนนเสียงของประชาชน
- วิกฤตกำลังเริ่มต้นขึ้นเหมือนมะเร็งร้าย แต่แทนที่จะรักษา พวกเขากลับปล่อยให้ลุกลามไปอีก
- โดยเฉพาะในยุคของรัฐบาลฮูโก้ ชาเวซ ซึ่งเข้ารับตำแหน่งในปี 1999
- เขาริเริ่มโครงการนับพัน ซึ่งทำเพื่อเอาใจฐานเสียงส่วนใหญ่ กลายเป็นโครงการในลักษณะของการแจกเงินอย่างไร้ประสิทธิภาพ ยกตัวอย่างเช่น..
- โครงการบ้านพักราคาถูก ซึ่งเป็นการสร้างบ้านราคาต่ำกว่าท้องตลาด และโครงการร้านค้ารัฐบาลขายสินค้าถูกกว่าทุน แต่อยู่ได้เพราะมีเงินจากน้ำมันมาอุดหนุน
- ผลกระทบตามมาทันที เมื่อร้านค้ารัฐบาลขายของถูก ธุรกิจจะอยู่ได้อย่างไร จนมีหลายกิจการต้องปิดตัวไป หรือถูกรัฐเข้าควบคุมเพื่อเอามาผลิตของขายเอง
- การตรึงราคาสินค้าบางตัว ทำให้ผู้ผลิตไม่เอามาขายเพราะจะขาดทุน ขณะที่คนซื้อก็อยากได้ จึงเกิดการเอาไปซื้อขายใน "ตลาดมืด" ด้วยราคาที่แท้จริง
- การกำหนดค่าเงินต่างประเทศเอง ส่งผลให้สินค้าในท้องตลาดไม่สะท้อนความเป็นจริง แถมยังเกิดการขาดแคลนเงินสกุลต่างประเทศ จนคนต้องไปแลกกันใน "ตลาดมืด" เช่นกัน
- การอุดหนุนราคาพลังงาน จนคนในประเทศใช้เผาผลาญอย่างสิ้นเปลือง เพราะต่อให้ใช้มากเพียงใด ก็จ่ายเงินซื้อพลังงานไม่ต่างจากได้ฟรี
- นี่เป็นเพียงแค่นโยบายบางส่วนที่ในรูปแบบสังคมนิยมและประชานิยมสุดขั้ว จากกว่า 1,000 โครงการของรัฐบาลชาเวซ
- ส่งผลให้ชาเวซกลายเป็นเทพเจ้าของชาวเวเนซุเอลา แต่แท้จริงแล้วเขากลับเป็นคนสร้างเนื้อร้ายในประเทศไว้เช่นกัน
- ประเทศซึ่งมีลักษณะเป็นสังคมนิยมมากขึ้น หันหน้าหนีจากอเมริกา ผูกมิตรกับทางฝั่งจีนและรัสเซีย
- รัฐบาลชาเวซเหมือนจะรู้ตัวว่าไม่สามารถยกเลิกนโยบายอะไรได้เลย และปัญหาใหญ่ที่รัฐบาลหลายชุดร่วมกันก่อไว้ตั้งแต่ยุค 1970 ก็เริ่มส่งผล
- เมื่อกิจการน้ำมันของ Petroleos de Venezuela S.A. ประสบภาวะขาดทุน จากการบริหารที่ไร้ประสิทธิภาพ (ลองนึกว่าเป็นกิจการรัฐ เงินเดือนสูง สวัสดิการดี ใครๆ ก็อยากใช้เส้นยัดลูกหลานตัวเองเข้าไป)
- เวเนซุเอลาต้องกู้เงินจากจีนและรัสเซีย เพื่อมาชดเชยส่วนที่ขาดทุนไป
- แทนที่จะยกเลิกนโยบายบางตัวที่เป็นปัญหา เพราะถ้าเลิกโครงการ คนก็จะไม่พอใจ ออกมาประท้วง คะแนนเสียงก็จะตก
- ปี 2013 นายชาเวซเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง โดยเลือกนายมาดูโร่ ขึ้นมาเป็นผู้นำแทน
- ราคาน้ำมันที่ลดลงต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2014 ทำให้รายได้ของเวเนซุเอลาที่ผูกกับน้ำมันแทบจะ 100% ยิ่งแย่ลงไปใหญ่
- สถานะของผู้นำตอนนี้ ไม่เหมือนกับนายชาเวซอีกแล้ว เขาไม่ใช่เทพเจ้าในสายตาของใครหลายๆ คน ซ้ำร้ายกับเศรษฐกิจที่ยังไม่ดีขึ้นของประเทศ
- ปี 2015 พรรคฝ่ายค้านชนะการเลือกตั้งเป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี 1999
- แต่ศาลเวเนซุเอลา กลับมีมติสั่งให้นายมาดูโร่อยู่ในตำแหน่งต่อไป
- เกิดการประท้วงทางการเมืองในประเทศ บานปลายรุนแรงจนมีผู้เสียชีวิตนับร้อยคน
- ปี 2016 ราคาน้ำมันยังคงลดลงต่อเนื่อง
- สถานการณ์ภายในประเทศก็วิกฤตถึงขีดสุด หน่วยงานรัฐแทบจะไม่มีเงินมาจ่ายเงินเดือนคนงาน ถึงขั้นต้องให้หยุดงาน โดยมาทำแค่สัปดาห์ละ 2-3 วัน
- ระบบเศรษฐกิจของประเทศแทบหยุดชะงัก คนในประเทศก็แทบจะทำอะไรไม่ได้
- ภาคการผลิตก็เป็นรัฐคุมไว้หมดแล้ว คนทำเกษตรก็กลายเป็นที่ดินของรัฐ พอรัฐถังแตกไม่จ้างงาน แล้วพวกเขาจะทำไปทำไมกันล่ะ!?
- การล่มสลายทางเศรษฐกิจ ส่งผลให้ประเทศเวเนซุเอลามีคนแค่ 2 ชนชั้น ก็คือคนรวยมาก และคนจนที่ไม่มีอันจะกิน (ซึ่งแรงงานชนชั้นกลาง กลายมาเป็นกลุ่มหลังแทบจะทั้งหมดแล้ว)
- รัฐบาลมาดูโร่ พยายามแก้ปัญหาเงินเฟ้อหลายวิธี ทั้งการเพิ่มเงินเดือนขั้นต่ำ 30 เท่า ก็ไม่ได้ช่วยอะไร
- ทั้งการสร้างเงินสกุลใหม่ที่มีค่ามากกว่าเงินสกุลเดิม 100,000 เท่า เพื่อให้คนไม่ต้องขนเงินเป็นกระสอบไปซื้อของ
- ด้วยความที่เขาไม่อยากเป็น "ประธานาธิบดีคนแรกในประวัติศาสตร์ 50 ปีของเวเนซุเอล่า ที่ตัดโครงการประชานิยมทิ้ง"
ทำให้รากที่ฝังลึกของปัญหาดังกล่าว ก็ยังไม่ถูกแก้ออกไป...
ปัจจุบัน คนจนในเวเนซุเอล่า ต้องเลือกระหว่าง จะเป็นพวกแบมือขอ หรือจะเป็นพวกดิ้นรนไปตายเอาดาบหน้า
คนเวเนซุเอล่า 3-4 ล้านคน จากประชากรทั้งหมดราว 32 ล้านคน ทำการอพยพลี้ภัยไปยังประเทศข้างเคียงอย่างบราซิล หรือโคลัมเบีย
ซึ่งผู้อพยพก็จะมีทั้งคนที่หวังมาสร้างตัวในประเทศใหม่ พวกนี้ไม่สร้างปัญหาอะไร แต่ก็มีทั้งคนที่เข้าไปก่อความเดือดร้อนในประเทศปลายทางด้วย
ในบราซิล ถึงขั้นมีการตั้งกลุ่มไปทำลายบ้านพักของผู้อพยพชาวเวเนซุเอลา หลังจากที่มีข่าวว่าผู้อพยพบางคนไปปล้นร้านค้าของชาวบราซิล
ขณะที่ตามท้องถนนในบางเมือง ก็มีผู้อพยพเร่ร่อนชาวเวเนซุเอลา ที่ไม่มีแม้กระทั่งที่ซุกหัวนอนนับพัน
ปัญหาผู้อพยพชาวเวเนซุเอลา กลายเป็นการอพยพครั้งใหญ่ที่สุดในซีกโลกตะวันตก เป็นรองเพียงปัญหาผู้อพยพชาวซีเรียจากตะวันออกกลางไปยุโรปเท่านั้น
โดยที่ปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจและการประท้วงในเวเนซุเอลา ก็ไม่ได้มีท่าทีจะทุเลาลงแต่อย่างใด
เทียบกับข้าวตามสั่งจานละ 30 บาท ซึ่งกลายเป็น 30,000 บาทตามที่ผมเขียนไว้ในบทความ
กำลังถูกคาดการณ์ว่าจะเพิ่มเป็นจานละ 300,000 บาทในปีนี้
ลองคิดดูสิครับ ว่าถ้าตัวเราหรือประเทศเราต้องเจอกับภาวะวิกฤตขนาดนี้ เราจะตัดสินใจเอาตัวรอดอย่างไร!?
ร่วมแบ่งปันความเห็นได้ในคอมเม้นต์เลยครับ....
ที่มา:
http://www.investerest.co/economy/venezuela-crisis/
www.aljazeera.com/indepth/features/2017/04/venezuela-happening-170412114045595.html
www.facebook.com/nongposamm/posts/1824701557796259
www.bbc.com/thai/international-40814182
อ้างอิง
https://www.facebook.com/ABillionaireMindset/photos/a.332420487199698/528066780968400/?type=3&theater
youtube
และเงินฝาก 300,000 บาทในธนาคาร ที่ตั้งใจจะไว้ดาวน์รถยนต์
กลับมีค่าแค่ซื้อข้าวกินได้ 10 จานเท่านั้น...
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าภาพของคนอดอยากขนาดต้องไปคุ้ยถุงขยะหาของกิน จะเกิดขึ้นแน่หากเรื่องสมมติข้างต้นเป็นจริง
นี่คือแบบจำลองของวิกฤตที่กำลังเกิดขึ้นในประเทศเวเนซุเอลา ซึ่งกำลังเผชิญกับปัญหาเงินเฟ้อ 80,000%
และคาดการณ์ว่าสถานการณ์อาจจะยังเลวร้ายได้ถึงเงินขั้นเฟ้อ 1,000,000%
วิกฤตของเวเนซุเอลาเกิดจากอะไร ทำไมถึงเลวร้ายได้ขนาดนี้ ต้องย้อนกลับไปยาวเลยทีเดียว
- ในช่วงต้นยุค 1900 การค้นพบแหล่งน้ำมันในเวเนซุเอลา ทำให้ประเทศนี้มีการริเริ่มอุตสาหกรรมส่งออกน้ำมัน
- ตลอดสงครามโลกครั้งที่ 1 และ 2 ประเทศเวเนซุเอลากลายเป็นแหล่งน้ำมันหลักของสหรัฐอเมริกาในการทำสงคราม
- มีการค้นพบว่าแหล่งน้ำมันของเวเนซุเอลา คือแหล่งขนาดใหญ่ที่สุดของซีกโลกตะวันตก ซึ่งสามารถใช้ได้อีกนับ 100 ปี
- การเปลี่ยนแปลงสำคัญของอุตสาหกรรมน้ำมันในเวเนซุเอลา เกิดขึ้นเมื่อปี 1976 เมื่อประธานาธิบดีคาร์ลอส เปเรซ ออกนโยบายยึดธุรกิจพลังงานเอกชน กลับมาเป็นของรัฐ
- จากนั้นตั้งหน่วยงาน Petroleos de Venezuela S.A. เพื่อควบคุมกิจการพลังงานในประเทศทั้งหมด
- อาจจะเป็นไอเดียที่ฟังดูเข้าท่า ยึดแหล่งทำเงินกลับมา เอารายได้เข้ารัฐ จากนั้นหมุนกลับไปยังประชาชนผ่านโครงการต่างๆ ของรัฐบาล รวยกันทั้งประเทศแหละทีนี้
- ด้วยการเติบโตของกลุ่มประเทศ OPEC และความต้องการน้ำมันที่พุ่งสูงทั่วโลก ประเทศเวเนซุเอลาร่ำรวยขึ้นมหาศาล
- แต่ถ้าโครงการนั้นเป็นโครงการพวก ยกระดับการศึกษา หรือส่งเสริมสุขภาพ ก็จะช่วยพัฒนาบุคลากรในประเทศ นำความรู้ไปหารายได้เข้าประเทศจากช่องทางอื่นๆ
- แต่รายได้มหาศาลพวกนั้น กลับถูกนำไปใช้กับโครงการโปรยเงิน จนชาวเวเนซุเอลาเริ่มเสพติดการได้เงินสบายๆ โดยไม่รู้ตัว
- เมื่อรัฐบาลหนึ่งทำโครงการประชานิยมแล้วได้ผลตอบรับดี นักการเมืองคนอื่นๆ ก็สรรหานโยบายเหล่านี้ เพื่อหวังคะแนนเสียงของประชาชน
- วิกฤตกำลังเริ่มต้นขึ้นเหมือนมะเร็งร้าย แต่แทนที่จะรักษา พวกเขากลับปล่อยให้ลุกลามไปอีก
- โดยเฉพาะในยุคของรัฐบาลฮูโก้ ชาเวซ ซึ่งเข้ารับตำแหน่งในปี 1999
- เขาริเริ่มโครงการนับพัน ซึ่งทำเพื่อเอาใจฐานเสียงส่วนใหญ่ กลายเป็นโครงการในลักษณะของการแจกเงินอย่างไร้ประสิทธิภาพ ยกตัวอย่างเช่น..
- โครงการบ้านพักราคาถูก ซึ่งเป็นการสร้างบ้านราคาต่ำกว่าท้องตลาด และโครงการร้านค้ารัฐบาลขายสินค้าถูกกว่าทุน แต่อยู่ได้เพราะมีเงินจากน้ำมันมาอุดหนุน
- ผลกระทบตามมาทันที เมื่อร้านค้ารัฐบาลขายของถูก ธุรกิจจะอยู่ได้อย่างไร จนมีหลายกิจการต้องปิดตัวไป หรือถูกรัฐเข้าควบคุมเพื่อเอามาผลิตของขายเอง
- การตรึงราคาสินค้าบางตัว ทำให้ผู้ผลิตไม่เอามาขายเพราะจะขาดทุน ขณะที่คนซื้อก็อยากได้ จึงเกิดการเอาไปซื้อขายใน "ตลาดมืด" ด้วยราคาที่แท้จริง
- การกำหนดค่าเงินต่างประเทศเอง ส่งผลให้สินค้าในท้องตลาดไม่สะท้อนความเป็นจริง แถมยังเกิดการขาดแคลนเงินสกุลต่างประเทศ จนคนต้องไปแลกกันใน "ตลาดมืด" เช่นกัน
- การอุดหนุนราคาพลังงาน จนคนในประเทศใช้เผาผลาญอย่างสิ้นเปลือง เพราะต่อให้ใช้มากเพียงใด ก็จ่ายเงินซื้อพลังงานไม่ต่างจากได้ฟรี
- นี่เป็นเพียงแค่นโยบายบางส่วนที่ในรูปแบบสังคมนิยมและประชานิยมสุดขั้ว จากกว่า 1,000 โครงการของรัฐบาลชาเวซ
- ส่งผลให้ชาเวซกลายเป็นเทพเจ้าของชาวเวเนซุเอลา แต่แท้จริงแล้วเขากลับเป็นคนสร้างเนื้อร้ายในประเทศไว้เช่นกัน
- ประเทศซึ่งมีลักษณะเป็นสังคมนิยมมากขึ้น หันหน้าหนีจากอเมริกา ผูกมิตรกับทางฝั่งจีนและรัสเซีย
- รัฐบาลชาเวซเหมือนจะรู้ตัวว่าไม่สามารถยกเลิกนโยบายอะไรได้เลย และปัญหาใหญ่ที่รัฐบาลหลายชุดร่วมกันก่อไว้ตั้งแต่ยุค 1970 ก็เริ่มส่งผล
- เมื่อกิจการน้ำมันของ Petroleos de Venezuela S.A. ประสบภาวะขาดทุน จากการบริหารที่ไร้ประสิทธิภาพ (ลองนึกว่าเป็นกิจการรัฐ เงินเดือนสูง สวัสดิการดี ใครๆ ก็อยากใช้เส้นยัดลูกหลานตัวเองเข้าไป)
- เวเนซุเอลาต้องกู้เงินจากจีนและรัสเซีย เพื่อมาชดเชยส่วนที่ขาดทุนไป
- แทนที่จะยกเลิกนโยบายบางตัวที่เป็นปัญหา เพราะถ้าเลิกโครงการ คนก็จะไม่พอใจ ออกมาประท้วง คะแนนเสียงก็จะตก
- ปี 2013 นายชาเวซเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง โดยเลือกนายมาดูโร่ ขึ้นมาเป็นผู้นำแทน
- ราคาน้ำมันที่ลดลงต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2014 ทำให้รายได้ของเวเนซุเอลาที่ผูกกับน้ำมันแทบจะ 100% ยิ่งแย่ลงไปใหญ่
- สถานะของผู้นำตอนนี้ ไม่เหมือนกับนายชาเวซอีกแล้ว เขาไม่ใช่เทพเจ้าในสายตาของใครหลายๆ คน ซ้ำร้ายกับเศรษฐกิจที่ยังไม่ดีขึ้นของประเทศ
- ปี 2015 พรรคฝ่ายค้านชนะการเลือกตั้งเป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี 1999
- แต่ศาลเวเนซุเอลา กลับมีมติสั่งให้นายมาดูโร่อยู่ในตำแหน่งต่อไป
- เกิดการประท้วงทางการเมืองในประเทศ บานปลายรุนแรงจนมีผู้เสียชีวิตนับร้อยคน
- ปี 2016 ราคาน้ำมันยังคงลดลงต่อเนื่อง
- สถานการณ์ภายในประเทศก็วิกฤตถึงขีดสุด หน่วยงานรัฐแทบจะไม่มีเงินมาจ่ายเงินเดือนคนงาน ถึงขั้นต้องให้หยุดงาน โดยมาทำแค่สัปดาห์ละ 2-3 วัน
- ระบบเศรษฐกิจของประเทศแทบหยุดชะงัก คนในประเทศก็แทบจะทำอะไรไม่ได้
- ภาคการผลิตก็เป็นรัฐคุมไว้หมดแล้ว คนทำเกษตรก็กลายเป็นที่ดินของรัฐ พอรัฐถังแตกไม่จ้างงาน แล้วพวกเขาจะทำไปทำไมกันล่ะ!?
- การล่มสลายทางเศรษฐกิจ ส่งผลให้ประเทศเวเนซุเอลามีคนแค่ 2 ชนชั้น ก็คือคนรวยมาก และคนจนที่ไม่มีอันจะกิน (ซึ่งแรงงานชนชั้นกลาง กลายมาเป็นกลุ่มหลังแทบจะทั้งหมดแล้ว)
- รัฐบาลมาดูโร่ พยายามแก้ปัญหาเงินเฟ้อหลายวิธี ทั้งการเพิ่มเงินเดือนขั้นต่ำ 30 เท่า ก็ไม่ได้ช่วยอะไร
- ทั้งการสร้างเงินสกุลใหม่ที่มีค่ามากกว่าเงินสกุลเดิม 100,000 เท่า เพื่อให้คนไม่ต้องขนเงินเป็นกระสอบไปซื้อของ
- ด้วยความที่เขาไม่อยากเป็น "ประธานาธิบดีคนแรกในประวัติศาสตร์ 50 ปีของเวเนซุเอล่า ที่ตัดโครงการประชานิยมทิ้ง"
ทำให้รากที่ฝังลึกของปัญหาดังกล่าว ก็ยังไม่ถูกแก้ออกไป...
ปัจจุบัน คนจนในเวเนซุเอล่า ต้องเลือกระหว่าง จะเป็นพวกแบมือขอ หรือจะเป็นพวกดิ้นรนไปตายเอาดาบหน้า
คนเวเนซุเอล่า 3-4 ล้านคน จากประชากรทั้งหมดราว 32 ล้านคน ทำการอพยพลี้ภัยไปยังประเทศข้างเคียงอย่างบราซิล หรือโคลัมเบีย
ซึ่งผู้อพยพก็จะมีทั้งคนที่หวังมาสร้างตัวในประเทศใหม่ พวกนี้ไม่สร้างปัญหาอะไร แต่ก็มีทั้งคนที่เข้าไปก่อความเดือดร้อนในประเทศปลายทางด้วย
ในบราซิล ถึงขั้นมีการตั้งกลุ่มไปทำลายบ้านพักของผู้อพยพชาวเวเนซุเอลา หลังจากที่มีข่าวว่าผู้อพยพบางคนไปปล้นร้านค้าของชาวบราซิล
ขณะที่ตามท้องถนนในบางเมือง ก็มีผู้อพยพเร่ร่อนชาวเวเนซุเอลา ที่ไม่มีแม้กระทั่งที่ซุกหัวนอนนับพัน
ปัญหาผู้อพยพชาวเวเนซุเอลา กลายเป็นการอพยพครั้งใหญ่ที่สุดในซีกโลกตะวันตก เป็นรองเพียงปัญหาผู้อพยพชาวซีเรียจากตะวันออกกลางไปยุโรปเท่านั้น
โดยที่ปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจและการประท้วงในเวเนซุเอลา ก็ไม่ได้มีท่าทีจะทุเลาลงแต่อย่างใด
เทียบกับข้าวตามสั่งจานละ 30 บาท ซึ่งกลายเป็น 30,000 บาทตามที่ผมเขียนไว้ในบทความ
กำลังถูกคาดการณ์ว่าจะเพิ่มเป็นจานละ 300,000 บาทในปีนี้
ลองคิดดูสิครับ ว่าถ้าตัวเราหรือประเทศเราต้องเจอกับภาวะวิกฤตขนาดนี้ เราจะตัดสินใจเอาตัวรอดอย่างไร!?
ร่วมแบ่งปันความเห็นได้ในคอมเม้นต์เลยครับ....
ที่มา:
http://www.investerest.co/economy/venezuela-crisis/
www.aljazeera.com/indepth/features/2017/04/venezuela-happening-170412114045595.html
www.facebook.com/nongposamm/posts/1824701557796259
www.bbc.com/thai/international-40814182
อ้างอิง
https://www.facebook.com/ABillionaireMindset/photos/a.332420487199698/528066780968400/?type=3&theater
youtube
วันพฤหัสบดีที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
สส.แบ่งเขตตามรัฐธรรมนูญ2560
Facebook รัฐศาสตร์รำไพพรรณี ได้เผยแพร่บทความ เมื่อ 16 เมษายน 2017 เกี่ยวกับ สส.แบ่งเขตไว้ดังนี้
รัฐธรรมนูญ 2560 ส.ส.แบ่งเขตมีกี่คน? มาจากไหนบ้าง? อันนี้พอตอบได้ (แต่ข่าวว่าตัวเลขจริงก็ยังไม่นิ่ง) ส่วนจะได้เลือกตั้งปีไหน อันนี้ไม่แน่ใจนะจ๊ะ
.
ประกาศใช้กันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะครับ เมื่อวันที่ 6 เม.ย.60 ที่ผ่านมา สำหรับรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ล่าสุดของประเทศไทย “รัฐธรรมนูญฉบับที่ 20”
ซึ่งเป็นผลผลิตที่เกิดขึ้น 1,050 วัน หลังการยึดอำนาจของคสช.ในวันที่ 22 พ.ค. 2557
.
ซึ่งหนึ่งในรายละเอียดที่น่าสนใจของการประกาศใช้รัฐธรรมนูญในครั้งนี้ ก็คงหนีไม่พ้นเรื่องของ’การเลือกตั้ง’(หวังว่าคงยังไม่ลืมกันไปแล้วนะครับ+) โดยจากมาตรา 83,85 และ 86 กำหนดไว้ว่าสภาผู้แทนราษฎร มีสมาชิกจำนวน 500 คน ประกอบด้วย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขต 350 คน และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ 150 คน
.
สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง 350 คน เป็นจำนวนที่ให้ความสำคัญกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ต้องเป็นผู้แทนในเขตพื้นที่ของประชาชน ขณะเดียวกันเพื่อให้คะแนนของประชาชนมีความหมายด้วยการใช้ระบบการเลือกตั้งแบบ "จัดสรรปันส่วนผสม" จึงกำหนดให้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อจำนวน 150 คน ซึ่งมีที่มาจากการจัดสรรคะแนนที่ประชาชนเลือกพรรคต่างๆ �ทั้งประเทศ มีวาระการดำรงตำแหน่ง 4 ปี โดยระบบการเลือกตั้งแบบนี้ จะมีลักษณะเด่นอยู่ที่ “บัตรเลือกตั้งใบเดียว” โดยคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญพยายามชี้ชวนว่าระบบเลือกตั้งแบบนี้จะทำให้ “ทุกเสียงมีความหมาย” คะแนนจากการเลือกตั้ง ส.ส.เขต จะไม่สูญเปล่า แต่จะถูกนำมาคำนวณเป็นที่นั่งของ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) แทน หรือหมายความว่า การครั้งเดียวเท่ากับเลือกทั้งคนทั้งพรรค สำหรับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งสามารถจำแนกเป็นกลุ่มๆตามจำนวนของผู้แทนฯตามแต่ละจังหวัดเพื่อใ้ห้ทุกท่านได้เห็นภาพชัดมากขึ้นได้ดังต่อไปนี้ครับ
.
มี ส.ส.เขต 1 คน จำนวน 8 จังหวัด ได้แก่ ตราด, นครนายก, พังงา, แม่ฮ่องสอน, ระนอง, สมุทรสงคราม, สิงห์บุรี และอ่างทอง
.
มี ส.ส.เขต 2-5 คน จำนวน 48 จังหวัด ได้แก่ กระบี่, ชัยนาท, บึงกาฬ, แพร่, ภูเก็ต,สตูล, มุกดาหาร, ลำพูน, อำนาจเจริญ, อุตรดิตถ์,อุทัยธานี, จันทบุรี, ชุมพร, ตรัง, ตาก, น่าน, ประจวบคีรีขันธ์, ปราจีนบุรี, พะเยา, พัทลุง, พิจิตร, เพชรบุรี, ยโสธร, ยะลา, เลย, สมุทรสาคร, สระแก้ว, สระบุรี, สุโขทัย, หนองคาย, หนองบัวลำภู, ฉะเชิงเทรา,กำแพงเพชร, นครพนม, นราธิวาส, ปัตตานี, อยุธยา, ระยอง, ลพบุรี, ลำปาง, กาญจนบุรี, กาฬสินธุ์, นครปฐม, พิษณุโลก, เพชรบูรณ์, มหาสารคราม, ราชบุรี และสุพรรณบุรี
.
มี ส.ส.เขต 6-9 คน จำนวน 17 จังหวัด ได้แก่ ชัยภูมิ, นครสวรรค์, นนทบุรี, ปทุมธานี, สกลนคร, สุราษฎร์ธานี, เชียงราย, ร้อยเอ็ด, สมุทรปราการ, สุรินทร์, ชลบุรี, นครศรีธรรมราช, บุรีรัมย์, สงขลา, ศรีสะเกษ, อุดรธานี และเชียงใหม่
.
มี ส.ส.เขต 10-14 คน จำนวน 3 จังหวัด ได้แก่ ขอนแก่น, อุบลราชธานี และนครราชสีมา
.
มี ส.ส.เขต 15 คนขึ้นไป จำนวน 1 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ(30 คน)
.
เมื่อเปรียบเทียบเป็นสัดส่วนผู้เแทนฯ(ส.ส.) ทั้งหมดต่อประชากร พบว่าประเทศไทยมีสัดส่วนที่ ผู้เแทนฯ(ส.ส.) 1 คน ต่อประชากร 188,376 คน และเมื่อนำมาเทียบกับประเทศที่สำคัญๆทั่วโลกอย่าง สหรัฐอเมริกาที่มีจำนวนผู้แทนฯทั้งหมด 435 คน โดยคิดเป็นผู้แทนฯ 1 คน ต่อประชากร 722,636 คน หรือ สหราชอาณาจักรมีจำนวนผู้แทนฯ 650 คน โดยคิดเป็นผู้แทนฯ 1 คน ต่อประชากร 81,388 คน, นอร์เวย์มีจำนวนผู้แทนฯ 169 คน โดยคิดเป็นผู้แทนฯ 1 คน ต่อประชากร 29,785 คน เป็นต้น จากข้อมูลทั่วโลกก็พบนะครับ ว่าประเทศไทยก็มีสัดส่วนผู้เทนฯต่อประชากร ในระดับกลางๆไม่มากไป หรือน้อยไปเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆทั่วโลก
.
สำหรับการเลือกตั้งครั้งหน้าที่จะเกิดขึ้น ถ้าหากท่านหวังว่าส.ส.ที่ชนะเลือกตั้งจากเขตของท่าน หรือส.ส.จากระบบบัญชีรายชื่อจากพรรคที่ท่านเลือกจะมีโอกาสเป็นนายกฯแน่นอนเหมือนที่รัฐธรรมนูญฉบับก่อนเคยกำหนดไว้ว่า นายกต้องมาจาก ส.ส. แล้วล่ะก็ ต้องขอบอกว่า เสียงประชาชนก็มิอาจสู้อภินิหารแห่งกฎหมาย เพราะรัฐธรรมนูญ 2560 เปิดช่องโตๆเนียนๆไว้ว่า ... นายกฯจะมาจากคนนอกก็ได้
.
ตามรัฐธรรมนูญกำหนดว่า พรรคการเมืองต้องเสนอชื่อผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีล่วงหน้า และเมื่อผ่านการเลือกตั้งมาจะเลือกใครนอกรายชื่อที่เสนอมาไม่ได้ เว้นแต่
.
1) ส.ส.ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง หรือ 250 คน เข้าชื่อเสนอต่อประธานรัฐสภา
2) รัฐสภา ซึ่งประกอบด้วย ส.ส. และ ส.ว.ทั้งหมด ลงมติด้วยคะแนนเสียง 2 ใน 3 หรือ 500 คนจาก 750 คน ให้มีนายกรัฐมนตรีนอกเหนือจากรายชื่อที่พรรคการเมืองแจ้งไว้ได้
3) ส.ส. เข้าชื่อกัน 1 ใน 10 หรือ 50 คนเสนอชื่อบุคคลใดก็ได้เป็นนายกรัฐมนตรี และให้รัฐสภาลงมติเห็นชอบด้วยคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่ง หรือ 251 คน
.
ก็ลองดูกันไปก่อนนะครับ ว่าบ้านท่านมี ส.ส. ให้เลือกกันกี่คน จะได้เตรียมตัวกันไว้แต่เนิ่นๆล่วงหน้าหลายๆปีเลย
.
source: MGRpolitics, iLawClub, คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.),http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2560/A/040/1.PDF, thairath.co.th
ข้อมูลราษฎร ณ วันที่ 30 มีนาคม 2560
.
download จดหมายสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต ล่าสุด
https://www.dropbox.com/…/opf68q…/AABMD8wsP-SWFk9P0cSpzH4ra…
.
#TBS #TheDialogue #รัฐธรรมนูญ2560
วันอังคารที่ 20 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
พรบ.ไซเบอร์ ยุค คสช.
การบินไทย ขาดทุน

การบินไทย ขาดทุน เอาเงินชาติไปอุดหนุน แต่พนักงานยังคงบินฟรี บินถูก สวัสดิการดี มีโบนัส
โรงพยาบาลและโครงการ 30 บาท ขาดทุน แต่รัฐตัดสินใจให้ สตง.ทวงหนี้ ค่ายา จำกัดการใช้เงินซื้อยา กระทบต่อเงินเดือน การบรรจุ สวัสดิการเจ้าหน้าที่ แต่รัฐกลับไม่เพิ่มเงินให้ ไร้เงินอุดหนุน
การแก้ปัญหาช่างแตกต่างกันยิ่งนัก
จะรอพี่ตูนมาวิ่ง พี่ตูนคงต้องวิ่งไปถึงดาวอังคารโน่น
แนะนำว่า ควรมองคนจนและกิจการที่ช่วยเหลือคนจนเป็นสิ่งสำคัญด้วย อย่ามองว่าเขาเป็นภาระ
ถ้าถังแตกจริงๆ ก.แรงงาน+ก.พานิชย์+ก.ต่างประเทศ+ก.พม. ไปสิ ไปประเทศที่คนแก่เยอะ, ขาดแคลนแรงงาน ไปเจรจาส่งออกแรงงานเลย เหมือนที่ซูจีมาไทย ทำได้มั้ย ประเด็นเจรจาถ้าไม่ทราบก็ inbox มาเชิญให้เป็นที่ปรึกษาได้ค่ะ
ชีวิตอุทิศเพื่อชาติ
เครดิต ฐานิกา ชาญนุวงศ์ บุษมงคล
เครดิต ฐานิกา ชาญนุวงศ์ บุษมงคล
กกต.เกียร์ว่าง

ท่านน่าจะลาออกไปรักษาตัวนะคะ เงินเดือนก็ไม่ใช่น้อย สรุปป่วย หรือ เกียร์ว่างคะ เอาชัดๆ ถ้าโกหกขอให้ตกนรกนะ
#กกตเกียร์ว่าง
#รู้สึกสงสัย
วันจันทร์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
ขึ้นเงินเดือนให้องค์กรอิสระ
ขึ้นเงินเดือนให้องค์กรอิสระและศาลย้อนหลังหลายปี/ยกเว้นภาษีให้ธุรกิจนอกและอภิมหาธุรกิจ/สนช ชงขึ้นเงินเดือนให้นายพล/เตรียมขายที่ดินให้ต่างชาติ.... หึหึ ในส่วนประชาชนนั้นได้ขึ้นค่าไฟ ค่าแก๊ส ค่าน้ำมัน ภาษี VAT ยินดี ปรบมือรัวๆๆๆๆๆๆ
บ่นไปงั้น ทำอะไรไม่ได้หรอก ได้แต่นั่งมอง ตาปริบๆ
บ่นไปงั้น ทำอะไรไม่ได้หรอก ได้แต่นั่งมอง ตาปริบๆ
วันเสาร์ที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
ประกาศ คำสั่ง คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
|
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
